จังหวัดราชบุรี
จังหวัดราชบุรีเป็นจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ซื่งเหมาะมากถ้าเราต้องการพักผ่อนแต่วันหยุดมีไม่มากเท่าไร อีกทั้งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ บรรยากาสเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างยิ่งค่ะอีกอย่างปัจจุบันนี้การเดินทางสะดวกมากค่ะแต่ดิฉันขอแนะนะคือเช่ารถกับบริษัทเช่ารถซื่งมีมากมายในกทม ค่ะซื่งดิฉันเคยใช้บริการของ บริษัท Ecocar สาขาบางหว้า เพราะรถใหม่ป้ายแดง บริการดีมากค่ะ ราคากันเองด้วยนะคะ สนใจสอบถามราคาก่อนได้ที่เบอร์ 087-2046820 ค่ะ
หากพูดถึงราชบุรี หลายคนคงคิดว่าเมืองราชบุรีเป็นเพียงเมืองผ่าน หรือไม่ เมื่อนึกถึงราชบุรีก็จะนึกถึง สวนผึ้ง เป็นลำดับแรก แต่จริงๆ แล้วราชบุรีมีอะไรที่น่าสนใจหลายอย่างเลย อยากรู้ว่าราชบุรีมีอะไรน่าสนใจ ตามมาเลยค่ะ สถานที่แรกคงต้องยกให้ที่นี่ค่ะ 1. ตลาดน้ำดำเนิน
![]() |
| ตลาดน้ำดำเนินสะดวก |
ตลาดน้ำแห่งนี้เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00 น. เรื่อยไปจนถึงเวลาประมาณ 11.00 น. ค่ะ
![]() |
| ตลาดน้ำดำเนืนสะดวก |
ดิฉันได้มีโอกาสคุยกับแม่ค้าที่เดินขายของที่ระลึก ก็เลยถามว่านักท่องเที่ยวเยอะแบบนี้ทุกวันหรือไม่ แม่ค้าบอกว่านักท่องเที่ยวมีทุกวัน แต่จะเยอะในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ และถ้าหากชอบเดินชมบรรยากาศตลาดน้ำเดิมๆ แบบนักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่าน ให้เดินไปจนสุดตลาดน้ำเดินสะดวก จะมองเห็นสะพานข้ามไปยังตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก ได้ยินดังนั้นแล้ว ดิฉันเลยเดินข้ามฝั่งไปยังตลาดน้ำเหล่าตั๊กลักค่ะ
![]() |
| ตลาดดั้กลัก |
2. ถ้ำเขาบิน
![]() |
| ถ้ำเขาบิน |
ถ้ำเขาบินเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ภายในถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย ถ้ำแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 20 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางค่อนข้างชัดเจนเลยค่ะ
จากลานจอดรถ เราต้องเดินเท้าต่อกันสักประมาณ 200 เมตรก็จะถึงปากถ้ำ บริเวณปากถ้ำจะมีจุดชำระค่าเข้าชม เสียค่าเข้าชมคนละ 20 บาทครับ ที่นี่จะมีไกด์พื้นที่ไว้คอยบริการด้วย
จากลานจอดรถ เราต้องเดินเท้าต่อกันสักประมาณ 200 เมตรก็จะถึงปากถ้ำ บริเวณปากถ้ำจะมีจุดชำระค่าเข้าชม เสียค่าเข้าชมคนละ 20 บาทครับ ที่นี่จะมีไกด์พื้นที่ไว้คอยบริการด้วย
ระหว่างที่กำลังเดินเข้าไปในถ้ำ มองเห็นนักท่องเที่ยวเดินสวนออกมาจากปากถ้ำ แต่ละคนเหงื่อไหลไคลย้อยกันเป็นแถว เพียงแค่ยืนอยู่บริเวณปากถ้ำ ดิฉันก็รับรู้ถึงความร้อนที่อยู่ภายในถ้ำแล้วครับ
ภายในถ้ำเขาบินประกอบด้วย 8 ห้องใหญ่ๆ แต่ละห้องก็จะมีชื่อเรียกขานตามลักษณะของหินงอกหินย้อยที่เกิดขึ้นค่ะ
![]() |
| ถ้าเขาบิน |
ห้องที่ 2 ชื่อศิวะสถาน ตามข้อมูลบอกว่าผู้ที่ได้เข้ามาสัมผัสกับเสาหินที่เปรียบเสมือนเสาหลักเมืองอันศักดิ์สิทธิ์ประจำถ้ำ ผู้นั้นจะได้รับความสุขสมหวัง คิดการใดจะสำเร็จสมอารมณ์หมาย อาการเจ็บไข้จะหายไปในทันใด โชคลาภที่คอยมานานก็จะได้รับในทันที จุดนี้ผมไม่เห็นด้วยกับคำโฆษณาชวนเชื่อให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสหินเลยครับ โดยปกติการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เราไม่ควรใช้มือสัมผัสกับสิ่งที่ธรรมชาติสร้างด้วยซ้ำ ยิ่งเป็นหินงอกหินย้อยภายในถ้ำด้วยแล้ว ไม่ควรจะใช้มือสัมผัสอย่างยิ่ง อาจจะทำให้หินก้อนนั้นเป็นรอยดำ หรือที่แย่ไปกว่านั้น หินงอกหินย้อยอาจตายได้ (เมื่อหินโดนมือสัมผัส หินก้อนนั้นอาจจะหยุดการงอกหรือย้อยได้
![]() |
| ถ้าเขาบิน |
ห้องที่ 3 ชื่อ ธารอโนดาต หินย้อยภายในถ้ำมีลักษณะคล้ายธารน้ำตกหินปูนที่หลั่งไหลมาสู่ผู้มาเยือน ที่ผนังถ้ำจะมีฟองหิน มีสวนหินย้อยคล้ายปะการังใต้ทะเล
ห้องที่ 4 ชื่อ สกุณชาติคูหา ที่ผนังถ้ำจะมีลักษณะคล้ายนกกางปีก ซึ่งเป็นที่มาของชื่อถ้ำ เชื่อกันว่าผู้ที่ได้พบเห็นจะเป็นผู้ที่มีสายตาที่กว้างไกลดุจดังพญาอินทรีย์ค่ะ
ห้องที่ 5 ชื่อ เทวสภาสโมสรสถาน ภายในห้องนี้มีเสาหินขนาดใหญ่หลายร้อยต้น ด้านหลังของเสาหินมีหินที่มีลักษณะเป็นธารน้ำตกเกิดใหม่ เชื่อว่าที่นี่เป็นสถานที่ชุมนุมของเหล่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตในถ้ำ ผู้ที่เข้ามาถึงที่ห้องนี้ ภายภาคหน้าจะมีความเจริญ ไม่มีทุกข์ จะมีสมองที่สดใสค่ะ
ห้องที่ 6 ชื่อ กินนรทัศนา หรือ กินนรีทัศนา ผนังของห้องนี้จะเป็นสีขาว เชื่อกันว่าผู้ที่พบเห็นจะมีอายุยืนยาวและได้รับการยกย่องเชิดชู ในห้องนี้ยังมีหินรูปเต่า และบ่อน้ำแร่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่เคยแห้ง ใช้เป็นน้ำสาบานและน้ำมนต์ของพระชื่อดังค่ะ
ห้องที่ 7 ชื่อ พฤกษาหิมพานต์ ผู้ค้นพบจินตนาการหินงอก ที่ราบเรียบประดุจค้างคาวกางปีก ดิฉันพยายามมองก็ไม่เห็นว่าจะมีส่วนไหนที่มีลักษณะคล้ายค้างคาวเลยครับ ส่วนอีกด้านหนึ่งของห้องนี้จะเป็นสวนหิน มีต้นไม้เป็นรูปหินย้อยและเสาหินมากมาย เชื่อกันว่าผู้ที่เดินทางมาถึงห้องนี้จะมีบ้านเรือนที่สุขสดชื่นระรื่นใจ เป็นที่รักและพึ่งพาของลูกหลานค่ะ
![]() |
| ถ้ำเขาบิน |
มาปิดท้ายที่ห้องที่ 8 ชื่อ อุทยานทวยเทพ เชื่อว่าเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของถ้ำ นักท่องเที่ยวนิยมมากราบไหว้ เพราะเชื่อว่าจะมีความโชคดีเป็นศรีสุข หมดทุกข์หมดโศกหมดโรคหมดภัยค่ะ
สำหรับการเดินภายในถ้ำแนะนำให้เดินไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ อย่าเดินออกนอกเส้นทางนะคะ เพราะจะพาลให้หลงได้ อากาศภายในถ้ำร้อนอบอ้าวเป็นอย่างมาก ไม่ต่างอะไรกับห้องอบซาวน่าเลย เสื้อผมชุ่มไปด้วยเหงื่อ เมื่อเดินออกมาถึงปากถ้ำต้องขอหยุดพักสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดซะก่อน ไม่งั้นมีหวังเป็นลมแน่ค่ะ
ดิฉันว่าหินงอกหินย้อยภายในถ้ำก็สวยใช้ได้เลยครับ แต่เสียที่การประดับไฟบางจุดยังไม่ประณีตเท่าที่ควร คือมีการเอาไฟมาตั้งโด่เด่เลย ดูขัดตาเป็นอย่างมาก ถ้าหากหลบมุม เอาหลอดไฟซ่อนไฟไว้ตามซอกหิน จะทำให้ถ้ำน่าสนใจมากยิ่งขึ้นค่ะ
![]() |
| ถ้ำเขาบิน |
สำหรับการเดินภายในถ้ำแนะนำให้เดินไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ อย่าเดินออกนอกเส้นทางนะคะ เพราะจะพาลให้หลงได้ อากาศภายในถ้ำร้อนอบอ้าวเป็นอย่างมาก ไม่ต่างอะไรกับห้องอบซาวน่าเลย เสื้อผมชุ่มไปด้วยเหงื่อ เมื่อเดินออกมาถึงปากถ้ำต้องขอหยุดพักสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดซะก่อน ไม่งั้นมีหวังเป็นลมแน่ค่ะ
ดิฉันว่าหินงอกหินย้อยภายในถ้ำก็สวยใช้ได้เลยครับ แต่เสียที่การประดับไฟบางจุดยังไม่ประณีตเท่าที่ควร คือมีการเอาไฟมาตั้งโด่เด่เลย ดูขัดตาเป็นอย่างมาก ถ้าหากหลบมุม เอาหลอดไฟซ่อนไฟไว้ตามซอกหิน จะทำให้ถ้ำน่าสนใจมากยิ่งขึ้นค่ะ
3.อุทยานหินเขางู
![]() |
| อุทยานหินเขางู |
![]() |
| ทางเข้าอุทยานหินเขางู |
อุทยานหินเขางู อยู่ห่างจากตัวจังหวัดราชบุรีประมาณ 8 กิโลเมตร ตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี แต่เดิมเป็นแหล่งระเบิดและย่อยหินที่สำคัญของไทยตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ เนื่องจากเป็นปูนที่มีคุณภาพดี ต่อมาทั้งภาครัฐและประชาชนได้เล็งเห็นถึงความเสื่อมโทรมของสภาพภูมิประเทศ และวิวทิวทัศน์ อีกทั้งที่เขางูนี้ยังเป็นศาสนสถานอันเก่าแก่ จึงได้มีการยกเลิกสัมปทานการระเบิดและย่อยหินที่บริเวณนี้ไป หลังจากยกเลิกสัมปทาน เขางูกลายเป็นเหมืองร้าง มีสภาพทรุดโทรม ทางจังหวัดราชบุรีจึงได้พัฒนาเขางูให้เป็นสวนสาธารณะและสถานที่ท่องเที่ยว ทางโบราณคดี ได้สร้างพระพุทธรูปหินขนาดใหญ่ เต็มพื้นที่หน้าผา สร้างจากการยิงแสงเลเซอร์ลงหน้าผาหิน ภายในอุทยานหินเขางูแห่งนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางโบราณคดีอยู่หลายแห่ง ซึ่งจะเป็นถ้ำที่อยู่บนภูเขามีถ้ำฤๅษี ถ้ำฝาโถและถ้ำจีน-จาม แต่ละถ้ำอยู่ไม่ไกลกัน แต่ต้องเดินขึ้นบันไดไต่เขาไปค่อนข้างสูง บริเวณรอบๆก็จะมีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
ภายในอุทยานหินเขางูแห่งนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางโบราณคดีอยู่หลายแห่ง ซึ่งจะเป็นถ้ำที่อยู่บนภูเขามีถ้ำฤๅษี ถ้ำฝาโถและถ้ำจีน-จาม แต่ละถ้ำอยู่ไม่ไกลกัน แต่ต้องเดินขึ้นบันไดไต่เขาไปค่อนข้างสูง บริเวณรอบๆก็จะมีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
![]() |
| อุทยานหินเขางู |
ภายในถ้ำต่างๆนี้พบพระพุทธรูปจำหลัก หรือพระพุทธรูปที่สลักหินที่ฝาผนังถ้ำอยู่หลายองค์ ซึ่งพระพุทธรูปเหล่านี้เป็นพระพุทธรูปตั้งแต่สมัยทวารวดีเลยทีเดียว
![]() |
| รอบๆอุทยานหินเขางู |
![]() |
| อุทยานหินเขางู |
ถ้ำในบริเวณอุทยานหินเขางู
- ถ้ำฤๅษี พบพระพุทธรูปสมัยทวารวดี 2 องค์ องค์แรกประทับห้อยพระบาท (ประลัมพปาทาสนะ) พระหัตถ์ขวาอยู่ในปางแสดงธรรม (วิตรรกมุทรา) พระหัตถ์ซ้ายวางในพระเพลา ระหว่างพระบาทมีจารึกว่า ปุญกรมชฺระ ศฺรีสมาธิคุปฺต (ะ) แปลว่า พระศรีสมาธิคุปตะเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วยการกระทำบุญ อีกฟากของผนังถ้ำมีพระพุทธรูปยืนปางเสด็จลงจากดาวดึงส์ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปปางสมาธิอื่นๆอีกหลายองค์
- ถ้ำฝาโถ พบพระพุทธรูปนอนจำหลักปางมหาปรินิพพานมีประภามณฑลและลายปูนปั้นรูปต้นสาละ ด้านบนมีรูปเทพชุมนุม ผนังด้านตรงข้ามมีภาพสาวก2 องค์
- ถ้ำจีน พบพระพุทธรูปจำหลัก 2 องค์ ปางสมาธิ พระหัตถ์แสดงวิตรรกมุทรา มีร่องรอยของการพอกปูนทับ องค์ที่อยู่ใกล้ปากถ้ำมีรอยหักพัง ไม่สมบูรณ์
- ถ้ำจาม พบพบพระพุทธรูปนอนจำหลักปางมหาปรินิพพาน และภาพยมกปาฏิหาริย์ มีภาพปูนปั้นรูปต้นมะม่วง ถัดมายังพบรูปบุคคลยืนซ้อนกันและรูปพญานาคอีกด้วย
และที่ถ้ำเขางูแห่งนี้จะมีงานนมัสการเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 11
พุทธสถานแต่ละถ้ำนี้ น่าจะสร้างขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เนื่องจากมีลักษณะทางศิลปกรรมมีความใกล้เคียงกัน และจากการเปรียบเทียบกับงานศิลปะอื่นๆก็สามารถกำหนดช่วงเวลาของศิลปะบริเวณ เขางูนี้ได้ว่า อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่13-14 นี่เองและด้วยความสมบูรณ์และจำนวนพุทธศิลป์ที่มีอยู่มากที่เขางูนี้ จึงแสดงให้เห็นว่าที่ถ้ำเขางูนี้น่าจะเป็นศาสนสถานที่สำคัญของดินแดนแถบนี้ เหมือนเมืองสำคัญๆเช่น เมืองนครปฐมโบราณ
4.สวนผึ้ง บอนไซ วิลเลจ
| สวนบอนไซด์ |
ที่ตั้ง 222 ม.1 ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โทร. 061-6363222.
| สวนบอนไซดวิลเลจ |
| สวนบอนไซด |
5.เขากระโจม
![]() |
| เขากระโจม |
เขากระโจม จากระดับความสูง 1,045 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ในแนวสุดเขตประเทศไทย ภาคตะวันตก เขากระโจมจึงกลายเป็นจุดชมทะเลหมอกที่ กำลังนิยมมาก เพราะใกล้กรุงเทพฯ สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวจดจำไม่รู้ลืม คือ หนทางที่สมบุกสมบันยากลำบาก จนเป็นเรื่องพูดคุยในความทรงจำตลอดไป เขากระโจม ที่มีบางคนเรียกว่า เขาช่องกระโจม นั้น คนพื้นที่เล่า ให้ฟังว่า ชาวกะเหรี่ยงที่อยู่อาศัยในผืนแผ่นดินบริเวณนี้มาก่อนเรียกชื่อว่า เขาลันดา ซึ่งหมายถึง ภูเขาที่มีที่ราบ คนไทยรุ่นที่ไปทำเหมืองแร่ดีบุกที่นั่นย้อนหลังไปเมื่อประมาณ 50 ปีก่อน เห็นรูปลักษณะของเขาว่าคล้าย กระโจมอินเดียนแดง ก็เลยเปลี่ยนชื่อให้เป็น เขากระโจม
เขากระโจม ห่างจาก อ.สวนผึ้งประมาณ 29 กม. ห่างจาก จ.ราชบุรี ประมาณ 69 กม. และ ห่างจากพม่า 1.9 กม. เป็นแหล่งท่องเที่ยว แห่งหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นยอดเขาสูงสุดในเทือกเขาตะนาวศรี คือจุดชมวิวเขากระโจม ซึ่ง สามารถ มองเห็นทั้งประเทศไทยและประเทศพม่า มีไม้ป่านานาชาติ อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิหนาวเย็นทั้งปี เหมาะ สำหรับนักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบธรรมชาติป่าเขาและรักการผจญภัย เป็นขุดชมทะเลหมอกและ พระอาทิตย์ขึ้นและ พระอาทิตย์ตกที่สวยงามของสวนผึ้ง ในช่วงปลายฝนต้นหนาวเป็นช่วงที่จะเกิดทะเลหมอกมากที่สุด ระยะทางจากตีนเขาถึงยอดเขาเป็นระยะทาง 10 กม. การขึ้นไปที่เขากระโจม ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อขึ้นเท่านั้น เนื่องจากว่าเส้นทางขึ้นเขากระโจม นั้นสูงชันและ สมบุกสมบัน บางช่วงยังต้องลุยน้ำที่สูงถึงครึ่งคันรถ ก่อนจะไปลุ้นกัน กับเนินสูงยาว หรือหากไม่มีรถขับเคลื่อน 4 ล้อ สามารถนำรถไปจอดยังปากทางขึ้นเขากระโจม และใช้บริการรถจากกลุ่มผู้ให้บริการรถ 4X4 “กลุ่มรักษ์เขากระโจม” ในราคาเหมาคัน ขึ้นลง 1,500 บาท หรือค้างคืนคันละ 2,500 บาท
หลังจากชมวิวทิวทัศน์บนยอดเขากระโจมแล้ง ระหว่างทาง ยังแวะชม “น้ำตกผาแดง” เดินเท้าเข้าไปประมาณ 200 เมตร ก่อนจะพบกับสายน้ำตกขนาดกลางไหลผ่านหน้าผาหินสีแดง อันเป็นที่มาของชื่อ “น้ำตกผาแดง” ท่ามกลาง ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น หากมาในช่วงหน้าฝนจะมีทากต้องเตรียมอุปกรณ์กันทากมาให้พร้อม และสนุกน่าฉงนกับ “เนินมหัศจรรย์ ” เมื่อจอดรถยนต์ตรงเนินมหัศจรรย์ รถยนต์จะค่อยๆ ไหลขึ้นเนินเอง โดยที่ไม่ต้องติดเครื่องยนต์หรือใส่เกียร์เดินหน้าเลย ซึ่งเนินมหัศจรรย์จะมีป้ายบอกไว้
มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางขึ้นเขากระโจม เพื่อชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นและตก บนยอดเขากระโจม จึงได้จัดระเบียบเวลาการขึ้น-ลง เขากระโจม อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ทั้งเรื่องการเดินทางขึ้นสู่เขากระโจม เวลาขึ้น-ลงที่กำหนดขึ้นเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ดังนี้
- ขึ้นเวลา 04.00-07.00 น.
- ลงในเวลา 07.00-09.00 น.
- ส่วนเวลาตั้งแต่ 09.00-19.00 น.กำหนดให้รถยนต์ขึ้นและลงได้ตามปกติ
- และหลัง 19.00 จะไม่ให้มีการขึ้น-ลง ของรถยนต์
อนึ่งก็เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ป่า การทำลายทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่เขากระโจม ในเวลา 21.00 เป็นต้นไป ทาง ตชด.137 ใคร่ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่พักค้างแรมบนเขากระโจม งดส่งเสียงดังรบกวนนักท่องเที่ยวท่านอื่นๆ และรบกวนสัตว์ป่า
![]() |
| เขากระโจม |
ค่าผ่านขึ้นเขากระโจม รถยนต์จะเสียค่าบิการขึ้นเขากระโจม คันละ 50 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องของวัสดุสิ้นเปลือง เช่น น้ำมันในการดึงน้ำมาใช้ในระบบสาธารณูปโภค ซึ่งระยะการดึงน้ำจากแหล่งน้ำนั้น อยู่ลึกลงไปจากสันเขา 400-500 เมตร และสะสมเพื่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ต่อไปง
5.ธารน้ำร้อนบ่อคลึง
เป็นธารน้ำร้อนเล็กๆ ที่ธรรมชาติให้มา ถือว่าเป็นธารน้ำร้อนที่ใกล้กรุงมากที่สุด อยู่ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ขับรถจากกรุงเทพฯ มาประมาณ 2 ชม. ธารน้ำร้อนกำเนิดจากน้ำแร่ไหลซึมจากน้ำใต้ดินผ่านซอกหินจากเทือกเขาตะนาวศรี ไหลลงมาไม่ขาดสายตามลำธารเล็กๆ ผ่านก้อนหินกรวดทรายและป่าไม้เบญจพรรณ เป็นระยะทางประมาณ 150 เมตร ลงมายังบ่อน้ำร้อนด้านล่าง บ่อน้ำแร่ร้อนที่นี่มีบรรยากาศแบบไทยๆ อย่าคาดหวังถึงความสวยงามเหมือนออนเซนของญี่ปุ่น แต่ประโยชน์ที่ได้จากวารีบำบัดถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทางมา
ธารน้ำร้อนบ่อคลึง เป็นของเอกชน ผู้ค้นพบ คือ นายประยูร โมนยะกุล ค้นพบเมื่อ ปี พ.ศ. 2468 ธารน้ำร้อนบ่อคลึง เป็นแหล่งน้ำที่มีอุณหภูมิสูงกว่าร่างกายมนุษย์ไหลขึ้นมาจากใต้ดิน น้ำที่ขึ้นมาจากต้นธารอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส น้ำร้อนที่นี่ไม่มีกลิ่นฉุน ไม่มีแร่ธาตุที่ระคายเคือง ใสสะอาด ประกอบด้วยธาตุคาร์บอน เกลือและแร่ธาตุอื่นๆ น้อยกว่า 1 กรัม/ลิตร เป็นน้ำพุร้อนส่วนใหญ่ที่พบในประเทศไทย มีน้ำร้อนไหลตลอดทั้งปี แม้ในฤดูแล้งปริมาณน้ำไหลจะน้อยลงบ้างไม่ถึงกับแห้ง
ธารน้ำร้อนบ่อคลึง มีบ่อน้ำร้อนให้บริการลงแช่อยู่ 3 แบบ คือ 1. สระดิน และ 2. สระกระเบื้อง 3. ที่แช่เท้า(ฟรี)
1. สระดิน เป็นบ่อที่ธารน้ำร้อนไหลลงมา จำลองเหมือนบ่อธรรมชาติ พื้นที่เปิดโล่ง มีร่มเงาต้นไม้ น้ำสีฟ้าคล้ายน้ำทะเล แต่อาจไม่เป็นส่วนตัวเพราะเป็นที่โล่ง คนภายนอกมองเห็นได้ อุณหภูมิของน้ำอยู่ที่ประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส
- ค่าบริการ คนไทย – ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท
- ค่าบริการ ต่างชาติ – ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท
2. สระกระเบื้อง เป็นสระที่อยู่อีกฝั่ง เดินเข้าไปในสวนไม้ประดับ มีความเป็นส่วนตัว มีที่นั่งแช่ในน้ำได้บรรยากาศของการแช่น้ำแร่ร้อนมากขึ้น อุณหภูมิประมาณ 56 องศาเซลเซียส
- ค่าบริการ คนไทย – ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท
- ค่าบริการ ต่างชาติ – ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 50 บาท
3. ที่แช่เท้า (ไม่เสียค่าบริการ) มี 2 จุด) คือ 1.บ่อปูนสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก 2. ตรงปากท่อน้ำไหลซึ่งเป็นที่ปล่อยน้ำร้อนจากสระดินสู่สระน้ำขนาดใหญ่จะก่อปูนไว้สำหรับนั่งแช่เท้าได้
นอกจากนี้ยังขอแนะนำให้เดินออกกำลังกายอีกนิด เพื่อชมต้นธารน้ำร้อนและธรรมชาติข้างทาง เดินไปประมาณ 150 เมตร จะเห็นลำธารน้ำแร่ร้อนตื้นๆ มีก้อนหินสวยงาม ในตอนเช้าหรือหากอากาศเย็นจะเห็นไอน้ำสวยงาม เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่ไม่ควรพลาด ที่ตรงนี้ห้ามเอาเท้าแช่น้ำ เพราะต้นธารน้ำร้อนใช้เป็นน้ำอุปโภคสำหรับชาวบ้าน
จากกรุงเทพ ถึง ธารน้ำร้อนบ่อคลึง ประมาณระยะทาง 168 กม. สอบถามเส้นทางเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 032-711086






















